1. ข้อใดไม่สะท้อนความคิดทางพระพุทธศาสนา1) แม้นกลับชาติเกิดใหม่เป็นกายคน ชื่อว่าจนแล้วจงจากกำจัดไกล 2) เคยสร้างบาปเร่งทำบุญมาลบล้าง กุศลสร้างมาช่วยอำนวยผล 3) ฉันเกิดมาชาตินี้ก็มีกรรม แสนระยำยุบยับด้วยอับจน 4) ใครปองร้ายก็อย่าร้ายสนองตอบ ใครคิดชอบก็ควรรักสมัครสมาน
|
2. ข้อใดมีน้ำเสียงต่างจากข้ออื่น1) จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาวจากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำเค็ญเข็ญ 2) สองมือเฮามีแฮง เสียงเฮาแย้งมีคนยินสงสารอีศานสิ้น อย่าซุด, สู้ด้วยสองแขน 3) โซ่ประตูตรึงผูกถูกกระชาก เสียงแห่งความทุกข์ยากก็ยิ่งใหญ่สว่างวาบแปลบพร่ามาไรไร ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี 4) ลมประสานเสียงแคนว่าแค่นแค้น เปิปข้าวทุกคราวแค่นความขื่นขมเหงื่อภูรินตากูแล้งน้ำแห้งตรม แม้ทุกข์ถมจักหยัดยืนคืนค่าคน
|
3. ข้อใดแสดงอารมณ์ต่างจากข้ออื่น1) สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง ยามสายสายบ่หยุดเสน่ห์หาย ห่างเศร้า 2) สายหยุดพุทธชาด บานเกลื่อนกลาดดาษดาไปนึกน้องกรองมาลัย วางให้พี่ข้างที่นอน 3) สายหยุดหยุดกลิ่นอาย ฤาหายหอมจอมเสน่หาสามวันจากกานดา ทิ้งวิญญาณไว้ให้นาง 4) สายหยุดหยุดเสน่หา แก้วกานดามาห่างหายร้อยเล่ห์เพทุบาย ตราบชีพวายไม่หวนคืน
|
4. ข้อใดมีเนื้อความที่ให้กำลังใจชัดเจนที่สุด1) เริ่มต้นสร้างทางดีให้กับชีวิต จักพิชิตความทุกข์สบสุขสันต์ 2) ไม่มีแล้วแสงใดในแสงดาว จะสกาวเท่าแสงแห่งเยาวชน 3) หากชีวิตนี้คงดำรงอยู่ ต้องต่อสู้ฟันฝ่าอย่ากำสรวล 4) หยาดน้ำใจได้รับยามอับจน จึงคำล้นฝนมณีทุกสีไป
|
5. คำประพันธ์ต่อไปนี้กล่าวถึงศิลปะของคนไทยในด้านใด แสงโสมแสงแก้วส่อง สุริยฉายอร่ามรัตนกุณฑลพราย พร่างฟ้าอุณหิสวิจิตรราย ปัทมราช แลฤาเจ็ดอุรุดเรียบหน้า ผกเกล้าเกลื่อนหงอน1) การแต่งกาย 2) การวาดภาพ 3) การแกะสลัก 4) การก่อสร้าง
|
ต้องการเฉลยข้อสอบ โปรดเข้าระบบสมาชิก
|
|
|