1. ข้อใดสอดคล้องกับสัจธรรมที่ปรากฎในคำประพันธ์ต่อไปนี้มากที่สุด ภาษิตแต่เก่าก่อนท่านสอนชี้ ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหนปนกันอยู่ถูกแล้วผิดพลาดหลงจงตรองดู มืดแล้วแจ้งมีอยู่เป็นคู่กัน1) เกิดมามนุษย์ปุถุชน ความทุกข์มิได้พ้นจนสักหน้า 2) อันกำเนิดเกิดมาในหล้าโลก สุขกับโศกมิได้สิ้นอย่าสงสัย 3) อันบ่วงกรรมทำไว้ในปางหลัง เป็นพืชยังปางนี้ให้มีผล 4) อนัตตาใช่ว่าของแท้ คงก็แต่บาปบุญเจ้าคุณเอ๋ย
|
2. ข้อใดมีน้ำเสียงต่างจากข้ออื่น1) จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาวจากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำเค็ญเข็ญ 2) สองมือเฮามีแฮง เสียงเฮาแย้งมีคนยินสงสารอีศานสิ้น อย่าซุด, สู้ด้วยสองแขน 3) โซ่ประตูตรึงผูกถูกกระชาก เสียงแห่งความทุกข์ยากก็ยิ่งใหญ่สว่างวาบแปลบพร่ามาไรไร ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี 4) ลมประสานเสียงแคนว่าแค่นแค้น เปิปข้าวทุกคราวแค่นความขื่นขมเหงื่อภูรินตากูแล้งน้ำแห้งตรม แม้ทุกข์ถมจักหยัดยืนคืนค่าคน
|
3. สารในข้อใดไม่เป็นคติในการเลือกคบคน1) สกุลหงส์พงศ์ประยูรสกุลสูง อย่าฝ่าฝูงกาพาลหวานปนขมสกุลกาพาอับให้กลับจม อย่านิยมยินดีจะมีคาว 2) อันคนดีมีศีลสัตย์สันทัดเที่ยง ช่วยชุบเลี้ยงชูเชิดให้เฉิดฉายเอาไว้ใช้ใกล้ชิดไม่คิดร้าย เขารักตายด้วยได้ด้วยใจตรง 3) สตรีหึงหนึ่งแพศยาหญิง 4)
|
4. ข้อใดเป็นความเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับหลักเหตุผล1) อนึ่งวิชาอาคมถมถนำ เวลาค่ำควรคิดเป็นนิจศีล 2) อนึ่งไปไหนได้พบอสกซาก อย่าออกปากทักทายร้ายนักหนา 3) อนึ่งเขฬะอย่าถ่มเมื่อลมพัด ไปถูกสัตว์เสื่อมมนตร์ดลคาถา 4) อนึ่งอย่าไปใต้ช่องคลองตะพาน อย่าลอดร้านฟักแฟงแรงราคี
|
5. ข้อใดสะท้อนความรู้สึกของผู้แต่งคำประพันธ์ต่อไปนี้ได้ตรงที่สุดเมื่อเมือคนคั่งคักด้วยคนป่า คนดีก็ด้อยคำเหมือนกรวดหินเหมือนสัตว์ป่าสร้างป่าไว้หากิน สัตว์เมืองก็ต้องสิ้นวิสัยเมือง1) โกรธแค้น 2) สมเพช 3) ท้อแท้ 4) อนาถใจ
|
ต้องการเฉลยข้อสอบ โปรดเข้าระบบสมาชิก
|
|
|